การแปรงผิวแบบแห้ง + น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น: ขั้นตอนการดูแลผิวกาย 2 ขั้นตอน เพื่อผิวเนียนนุ่มยิ่งขึ้น
ถ้าคุณรู้สึกเขินอายเวลาวิ่ง มือหากคุณรู้สึกไม่สบายผิวบริเวณแขนหรือขา ไม่ว่าจะเป็นเพราะผิวหยาบกร้าน แห้งกร้าน หรือมีลักษณะเหมือน "หนังไก่" คุณไม่ใช่คนเดียวที่รู้สึกแบบนั้น ผิวหนังตามร่างกายมักถูกมองข้าม และแล้ววันหนึ่งสภาพอากาศก็เปลี่ยนไป กิจวัตรการอาบน้ำของคุณเปลี่ยนไป หรือสบู่ของคุณเริ่ม "แห้งกร้าน" เกินไป และทันใดนั้นผิวทุกส่วนก็รู้สึกไม่เรียบ ตึง หรือหมองคล้ำ
ข่าวดีก็คือ คุณไม่จำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกายถึง 12 ชิ้นเพื่อให้เห็นความแตกต่าง หนึ่งในวิธีการดูแลผิวกายที่กำลังได้รับความนิยมมากที่สุดในตอนนี้คือ การแปรงผิวแบบแห้งร่วมกับน้ำมันบำรุงผิวกาย และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ หากทำอย่างอ่อนโยนและสม่ำเสมอ มันเป็นวิธีง่ายๆ ที่จะช่วยให้ผิวเรียบเนียนและชุ่มชื้นโดยไม่รู้สึกเหนียวเหนอะหนะ
คู่มือนี้จะอธิบายวิธีการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหนียวเหนอะหนะและเหมาะสำหรับผิวที่มีสิ่งกีดขวาง โดยใช้ Fractionated Coconut Oil—a น้ำหนักเบา น้ำมันที่ซึมซาบเร็วและทาทับได้ง่าย
เหตุใดผิวหนังบริเวณร่างกายของคุณจึงรู้สึกหยาบกร้าน (และทำไมจึงเป็นเรื่องปกติ)
เรามาทำความเข้าใจความรู้สึกหงุดหงิดนี้กันก่อน ผิวหนังบริเวณลำตัวอาจรู้สึกหยาบหรือเป็นตุ่มเนื่องจากสาเหตุต่างๆ ดังนี้:
• อากาศแห้ง + อาบน้ำอุ่น (ภาวะขาดน้ำรุนแรงขึ้นเป็นสองเท่า)
• การใช้สบู่ที่รุนแรง หรือการล้างหน้าบ่อยเกินไป (ทำให้รู้สึก "อึดอัด" แต่กระชับ)
·แรงเสียดทาน (เลกกิ้ง, ชุดออกกำลังกาย, ผ้าขนหนู, อุปกรณ์โกนหนวด)
·Keratosis pilaris (“หนังไก่”(—พบได้ทั่วไปและไม่เป็นอันตราย แต่ก็สร้างความรำคาญ)
นี่ไม่ได้หมายความว่าคุณกำลังทำอะไร "ผิด" โดยปกติแล้วหมายความว่าผิวของคุณต้องการสิ่งพื้นฐานสองอย่าง:
• การผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน (ไม่ขัดถู)
• การสร้างเกราะป้องกันความชุ่มชื้นอย่างสม่ำเสมอ (ไม่ใช่เสื้อโค้ทหนาเหนียว)
ขั้นตอน 2 ขั้นตอนนี้จึงเหมาะสมกับสถานการณ์นี้
การแปรงผิวแบบแห้งคืออะไร?
การแปรงผิวแบบแห้งนั้นตรงตามชื่อเลย คือการใช้แปรงขนธรรมชาติแบบแห้งแปรงลงบนผิวแห้ง เพื่อขจัดสิ่งสกปรกที่สะสมอยู่บนผิวอย่างอ่อนโยน และช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น คนส่วนใหญ่ชอบเพราะมันรวดเร็ว ง่าย และทำให้การดูแลร่างกายของคุณดูตั้งใจมากขึ้นทันที
หากทำอย่างเบามือและสม่ำเสมอ การแปรงขนแบบแห้งอาจช่วยได้:
• ช่วยส่งเสริมการไหลเวียนของน้ำเหลือง (มักเรียกว่า "การระบายน้ำเหลือง")
• ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตเพื่อความรู้สึกอบอุ่นและสดชื่น
• ช่วยผลัดเซลล์ผิวและขจัดสิ่งอุดตันรูขุมขน โดยการกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วบนผิว
• ช่วยให้ร่างกายมีพลังงาน—หลายคนนิยมดื่มเป็นพิธีกรรม "ปลุกให้ตื่น" ในตอนเช้า
• ช่วยลดเลือนเซลลูไลท์อย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำให้ผิวเรียบเนียนและดูกระจ่างใสขึ้น
ข้อสำคัญ: การแปรงผิวแบบแห้งควรให้ความรู้สึกกระตุ้น ไม่ใช่เจ็บปวด หากผิวหนังแดงก่ำ รู้สึกร้อน หรือแสบร้อน ให้ลดแรงกดหรือลดความถี่ในการแปรงลง
ทำไมต้องใช้น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น (แทนที่จะเป็นน้ำมันมะพร้าวธรรมดา)?
น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น (Fractionated Coconut Oil) แตกต่างจากน้ำมันมะพร้าวข้นที่คุณอาจคุ้นเคยจากการทำอาหาร มันเบากว่า เหลวกว่า และนิยมใช้เป็นน้ำมันบำรุงผิวที่ซึมซาบเร็ว เพราะมีคุณสมบัติดังนี้:
·ไม่เหนียวเหนอะหนะ
• เกลี่ยง่าย ทาได้รวดเร็ว
• ซึมซาบได้เร็วกว่าน้ำมันที่มีความเข้มข้นสูงกว่าหลายชนิด
• เหมาะสำหรับใช้ในการนวดและให้ความชุ่มชื้นหลังอาบน้ำ
หากสิ่งที่คุณลังเลมากที่สุดเกี่ยวกับการใช้น้ำมันบำรุงผิวคือ “ฉันไม่อยากรู้สึกเหนียวเหนอะหนะใต้เสื้อผ้า” น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น (Fractionated Coconut Oil) คือจุดเริ่มต้นที่ดี
ขั้นตอนการดูแล 2 ขั้นตอน (การแปรงผิวแห้ง + น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น)
ขั้นตอนที่ 1: ขัดผิวแบบแห้ง (ก่อนอาบน้ำ บนผิวแห้ง)
ระยะเวลา: 1–3 นาที
แรงกด: เบา—นึกถึง "การกวาดเบาๆ" ไม่ใช่ "การขัดถู"
วิธีการทำ:
1. เริ่มจากเท้าแล้วแปรงขึ้นไปทางหัวใจโดยใช้จังหวะยาวและเบา
2. เริ่มจากขาขึ้นไปก่อน แล้วค่อยแขน (มือ → ไหล่)
3. ใช้แรงกดเบา ๆ ในบริเวณที่บอบบาง และหลีกเลี่ยงบริเวณหน้าอก/คอหากคุณมีอาการแพ้
4. เน้นบริเวณที่ตึงกล้ามเนื้อ: ข้อศอก หัวเข่า หน้าแข้ง และต้นแขน
5. หยุดทำทันทีหากผิวหนังของคุณแดง รู้สึกร้อน หรือแสบร้อน
ควรหลีกเลี่ยงการแปรงผิวแบบแห้งในบริเวณต่อไปนี้:
• ผิวหนังแตกเป็นแผล ผิวไหม้จากแดด ผื่นคัน
• อาการผื่นแพ้ผิวหนังกำเริบ ระคายเคือง หรือบริเวณที่เพิ่งโกนขน
• ในวันที่ KP อักเสบมาก (ควรออกกำลังกายเบาลงหรือหยุดพัก)
ขั้นตอนที่ 2: ทาน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น (หลังอาบน้ำ บนผิวที่ชุ่มชื้นเล็กน้อย)
นี่คือขั้นตอนที่ทำให้ทุกอย่างราบรื่นและน่าพึงพอใจ
วิธีการทำ:
อาบน้ำอุ่นสักครู่
ซับผิวเบาๆ ให้ชุ่มชื้นเล็กน้อย (ไม่เปียกโชก)
อุ่นน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นปริมาณเล็กน้อยระหว่างฝ่ามือ
นวดบริเวณที่คุณแปรงขนแล้ว จากนั้นก็นวดทั่วบริเวณอื่น ๆ ได้ตามต้องการ
ปริมาณที่ควรใช้:
เริ่มจากปริมาณน้อยๆ ก่อน คุณสามารถเพิ่มปริมาณได้เสมอ โดยเฉพาะบริเวณหน้าแข้ง ข้อศอก และหัวเข่า
เหตุใดผิวหนังที่ชุ่มชื้นจึงสำคัญ:
มันช่วยให้น้ำมันกักเก็บความชุ่มชื้นและกระจายตัวได้ดีขึ้น ดังนั้นคุณจึงใช้ในปริมาณน้อยลงและรู้สึกมันน้อยลง
เคล็ดลับจากผู้เชี่ยวชาญ (เพื่อให้ได้ผลลัพธ์โดยไม่ระคายเคืองผิว)
1) รักษาความถี่ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
ผิวธรรมดา: 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์
ผิวแห้ง/แพ้ง่าย: เริ่มต้นที่สัปดาห์ละ 1 ครั้ง
ผิวที่มีแนวโน้มเป็นโรค KP: ผลิตภัณฑ์ที่มีความอ่อนโยนดีกว่าการแปรงผิวอย่างรุนแรง
2) เลือกแปรงที่เหมาะสม
เลือกแปรงที่มีขนแปรงธรรมชาติ (นุ่มถึงปานกลาง) ถ้าหากรู้สึกว่าหยาบกระด้าง แสดงว่าแข็งเกินไป
3) ทำความสะอาดแปรงของคุณ
ล้างทุกๆ 1-2 สัปดาห์ (หรือบ่อยกว่านั้นหากแปรงผมบ่อย) ปล่อยให้แห้งสนิทเพื่อป้องกันการสะสมของสิ่งสกปรก
4) อย่าใช้ผลิตภัณฑ์ขัดผิวที่รุนแรงหลายชนิดร่วมกัน
หากคุณใช้สครับขัดผิวหรือกรดที่มีฤทธิ์แรง ควรระมัดระวังในการใช้แปรงขัดผิวแบบแห้งร่วมด้วย หากไม่แน่ใจ ควรเลือกวิธีการขัดผิวเพียงวิธีเดียวและทำอย่างอ่อนโยน
แผนง่ายๆ 2 สัปดาห์ (ทำได้จริง ไม่ยากเกินไป)
หากคุณต้องการกิจวัตรประจำวันที่ชัดเจนและสามารถปฏิบัติตามได้จริง:
สัปดาห์ที่ 1
แปรงแห้ง 1 ครั้ง
ใช้น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นหลังอาบน้ำ 3-5 ครั้ง (โดยเฉพาะบริเวณที่แห้ง)
สัปดาห์ที่ 2
แปรงผิวแบบแห้ง 1-2 ครั้ง (เฉพาะเมื่อรู้สึกว่าผิวดีแล้ว)
ทาออยล์ลงบนผิวที่ชุ่มชื้นหลังอาบน้ำ
คนส่วนใหญ่สังเกตเห็น:
ให้ความรู้สึกนุ่มนวลขึ้นบริเวณข้อศอก หัวเข่า และหน้าแข้ง
ลอกเป็นขุยบริเวณขาน้อยลง
น้ำมันบำรุงผิวซึมซาบได้ดีกว่าและไม่เลอะเทอะ
ผิวดูเรียบเนียนและสบายขึ้น
สรุป: ผิวเนียนเรียบขึ้น ดูแลรักษาง่ายขึ้น
การแปรงผิวแบบแห้งร่วมกับการใช้น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นเป็นที่นิยมเพราะทำได้ง่ายและได้ผลจริง:
ขัดผิวอย่างอ่อนโยน (โดยไม่ขัดถูแรงเกินไป)
กักเก็บความชุ่มชื้นได้อย่างรวดเร็ว (โดยไม่ทิ้งคราบมัน)
หากคุณกำลังลังเลระหว่าง “ผิวฉันหยาบกร้าน” กับ “ฉันไม่ชอบโลชั่นเหนียวๆ” ขั้นตอนการดูแลผิว 2 ขั้นตอนนี้จะช่วยปรับสภาพผิวของคุณได้ง่ายๆ เริ่มจากความอ่อนโยน ทำอย่างสม่ำเสมอ และปล่อยให้ผิวของคุณปรับตัวเข้ากับความเรียบเนียนและความนุ่มนวลอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องยุ่งยากอะไรเลย
ผู้เขียน: ทีมโยเคน
